Recipe : Coffee Jelly

เยลลี่กาแฟเป็นเมนูที่เริ่มเห็นบ่อยเวลาเข้าร้านกาแฟ แลดูน่ากินนะ แต่ตัวเองเป็นพวกเข้าร้านกาแฟก็สั่งแต่กาแฟเท่านั้นนี่สิ เลยไม่เคยได้กินซักที (ฮา) เมื่อวานอุตส่าห์ได้เข้าเมืองทั้งที อะไรที่อยากกินอยากได้ก็ซื้อไม่ยั้งมือเลยทีเดียว

Coffee Jelly ตัวนี้ ดูสูตรแล้วทำง่าย ใช้ส่วนผสมแค่ไม่กี่อย่าง หลัก ๆ ที่ต้องซื้อเพิ่มก็คือเจลาติน

ส่วนผสม

1. เจลาติน 2 ช้อนกินข้าว เราไม่ค่อยทำอาหารก็ตวงง่าย ๆ แบบนี้เลย

2. ผงกาแฟ 3 ช้อน ใช้ freeze dried จะไม่เปรี้ยวเหมือน instant

3. น้ำตาลทราย 2 ช้อน หรือชอบหวานขมขนาดไหนก็ใส่ตามใจเลย

4. น้ำเปล่า 400 มิลลิลิตร

วิธีทำ

1. ต้มกาแฟกับน้ำตาลจนละลายหมด แล้วค่อยปิดไฟพักไว้

2. บูมเจลาตินด้วยน้ำเย็น 3 ช้อน แล้วเอาเข้าตู้เย็นสัก 5-10 นาที

3. นำเจลาตินที่บูมแล้วใส่ในน้ำกาแฟที่ยังคงอุ่นอยู่ คนให้ละลาย แล้วเทใส่ถาด หรือถ้วยก็ได้

4. ตั้งไว้จนเย็นลง ค่อยเอาเข้าตู้เย็นเพื่อให้เยลลี่เซ็ตตัวเร็วขึ้น จากนั้นก็แค่รอ…

 

เรากินง่าย ๆ คือตัดเป็นชิ้นแล้วเติมนมสดก็เป็นอันเรียบร้อย

คราวหน้าลองปรับสูตรเป็นโกโก้ หรือนมสดก็น่าจะอร่อย เจลาตินเหลืออย่างเยอะ

tumblr_inline_pgvy53U59W1u31drg_500

Advertisements

The Sun Does Shine: How I Found Life and Freedom on Death Row

91oc5GqmJDL

You need to hold on your hope. If you have hope, you have everything.

หนังสือว่าด้วยความหวังและการต่อสู้เพื่ออิสรภาพของคุณฮินตันผู้ถูกตัดสินโทษประหารจากความผิดที่เขาไม่ได้กระทำ สะท้อนกระบวนการยุติธรรมที่ล้มเหลว และการเหยียดสีผิวในอเมริกา เพียงคุณเป็นคนดำแถมยังไม่มีเงิน ก็เท่ากับติดคุกไปครึ่งตัวแล้ว

น่าคับแค้นใจ แต่เลือกได้ว่าจะปล่อยเวลาให้เสียไปกับการพร่ำโทษ หมดหวัง หรือมองโลกในแง่ดีด้วยความรัก โอบกอดความหวัง และพยายามพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง คุณฮินตันเลือกอย่างหลัง เราจึงได้มีโอกาสอ่านบันทึกพลังบวกเล่มนี้

มีอีกอย่างที่ชอบมาก คือ book club กลุ่มเล็ก ๆ ของนักโทษประหาร ที่ชวนกันถกประเด็นในหนังสือซึ่งช่วยลดการคิดถึงความตายอันน่าพั่นพรึง ด้วยความมองโลกในแง่ดี นิสัยเปิดเผย คุณฮินตันจึงเป็นที่รักของเพื่อน ๆ และเจ้าหน้าที่ ในห้องขังเดี่ยวคับแคบมืดมิดตลอดวัน แต่ความหวังยังส่องสว่าง

นอกจากเจ้าตัวแล้ว เราว่าคนที่จะขาดไปไม่ได้เลยคือคุณแม่ผู้สอนให้รู้จักความรัก การให้อภัย เพื่อนที่คอยอยู่เคียงข้างเสมอ และทนายผู้เชื่อมั่นในความยุติธรรมและมีอุดมการณ์แรงกล้า นี่ก็เพิ่งรู้ว่าคุณทนายคือคนเขียน Just Mercy ด้วยละ นับถือจริง ๆ ค่ะ

Get In Trouble

PSX_20181007_154916

…ทุกคนที่ยังมีลมหายใจล้วนมีผีอยู่ข้างในตัวไม่ใช่หรือ แล้วทำไมจะมีผีจริง ๆ ในร่างเด็กผู้ชายปลอม ๆ ไม่ได้ ทำไมผีจริงในร่างปลอมจะตกหลุมรักอิมมี่ไม่ได้…

เอารางวัล ‘อิหยังวะแห่งปี’ ไปเลยยยยยยย

รวมเรื่องสั้นสุดแฟนซีตีลังกา แอบโรแมนติก มีทั้งสัตว์ประหลาด ฮีโร่ โรบอตบอยเฟรนด์ มนุษย์สองเงา ผี นักสำรวจอวกาศ LGBTQ ฯลฯ เดาทางไม่ถูกเลยว่าจะมีอะไรออกมาอีก ตลกขมฝาด ร้ายมากจนขำไม่ออก (บางซีนที่ไม่ขำ เพราะไม่เก็ต 555) ถอดสมองก่อนอ่านคงสนุกได้กว่านี้ หรือเพราะเราอ่านงานที่มันฉวัดเฉวียนเปรี้ยวจี๊ดไม่อินแล้วกันนะ

ความรู้สึกกึ่ง ๆ ระหว่าง “ว้าวววว เจ้คิดได้ไงเนี่ย !!!” กับ “กูกำลังอ่านอะไรอยู่วะ !!!” (ส่วนใหญ่จะเป็นอย่างหลัง)

ถึงอย่างนั้นโดยรวมเราก็ชอบนะ ชอบความแปลกของพล็อต ความเรียบเรื่อยประหลาดล้ำเหมือนอยู่ระหว่างความจริงกับจินตนาการ คิดว่านอกจากเจ้แกแล้วคงไม่มีใครเขียนหลุดขนาดนี้ได้แน่ ๆ lol

Wrap-up Picture Books on Libby

เอนทรี่นี้มากันที่นิทานภาพที่ไปกด ๆ จิ้ม ๆ ดูใน Libby ค่ะ แอปนี้หนังสือเยอะมากกก อยากแนะนำ หลายหมวด หลายหมื่นเล่ม แถมยังยืมนานถึงสองอาทิตย์แน่ะ นานกว่าห้องสมุดแถวบ้านอีก ช่วยเราประหยัดเงินได้โขเลยละค่ะ เพราะซื้อเองคงล้มละลายแน่นอน 555

 

images (3)

นิทานภาพฟีลหม่น ผู้เล่าเรื่องคือต้นเชสนัทในสวนบ้านที่ครอบครัวของแอนน์ แฟรงค์หลบซ่อนอยู่ มีทั้งรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความเศร้าเมื่อพวกเขาถูกจับตัวไป เมื่อสงครามสิ้นสุด ผู้ที่กลับมามีเพียงพ่อของแอนน์เพียงคนเดียว…

ถ้าไม่รู้จักแอนน์ หรือไดอารี่สีแดงมาก่อน เล่มนี้จะเป็นเพียงเรื่องเล่าถึงครอบครัวหนึ่งในสงครามทั่วไปค่ะ ด้วยมุมมองของผู้ที่ไม่เข้าใจความโหดร้ายของสงครามอย่างต้นไม้ มันเลยถ่ายทอดความน่ากลัวออกมาไม่หนักเท่าความเหงาที่เหมือนอยู่ ๆ เพื่อนก็จากไปแบบไม่มีเหตุผลน่ะค่ะ

 

images (1)‘แตกต่างเหมือนกัน’
เรื่องนี้ไม่มีอะไรเกี่ยงกับวง getsunova ค่ะ เพียงอ่านแล้วก็นึกถึงชื่อเพลงของเขาขึ้นมาเท่านั้น

เราทุกคนล้วนแตกต่าง สีผิว ภาษา รูปร่างหน้าตา และเราทุกคนล้วนมีความมหัศจรรย์ในตัวเอง we’re all wonders โดยไม่ตัดสินกันจากรูปลักษณ์

เล่มนี้เล่าผ่านมุมมองของออกี้ ที่รู้ตัวดีว่าตัวเขาแตกต่างจากเด็กคนอื่น ๆ การถูกเพื่อน ๆ มองว่าผิดปกติทำให้ออกี้รู้สึกเศร้า และเมื่อเศร้าเขาจะสวมหมวกกันน็อคไว้ หลีกหนีจากความจริง สู่เวิ้งอวกาศ พาเราไปทำความเข้าใจ ‘ความแตกต่าง’ ด้วยมุมมองที่อ่อนโยน

ออกี้น่ารักมากค่ะ

 

images

นิทานภาพเล่มนี้มีรูปประกอบน่ารักมากก (ก็เราชอบมังกรอยู่แล้วนี่ 555) มังกรในเรื่องนี้ไม่ใจร้าย ไม่บ้าพลัง แต่เป็นมังกรที่รักปาร์ตี้ ชอบกินทาโก้ แถมยังกินเผ็ดไม่ได้

ขำมากค่ะ เผ็ดนิดหน่อยก็พ่นไฟเหมือนเด็ก ๆ ผิดลุคมังกรไปเลย เรื่องนี้น่าจะเอาไว้สอนเด็กเกี่ยวกับสิ่งที่ชอบ กับไม่ชอบนะคะ ซึ่งมังกรไม่ชอบรสเผ็ด แต่หากในทาโก้ดันมีรสเผ็ดล่ะ อาจไม่ชอบใจบ้าง แต่สุดท้ายก็ลงเอยด้วยดี

 

images (2)

ทุกวันอาทิตย์ หลังออกจากโบสถ์ ซีเจกับย่ามักจะนั่งรถเมลผ่านเมือง และซีเจก็มักจะตั้งคำถามด้วยความสงสัยว่า ทำไมพวกเขาไม่มีรถเหมือนเพื่อน ๆ ทำไมเขาไม่มีไอพอดเหมือนเด็กผู้ชายคนนั้น ทำไมพวกเขาต้องลงที่ย่านเสื่อมโทรมของเมือง ซีเจตั้งคำถามมากมายระหว่างโดยสาร และคุณย่าก็จะคอยตอบอย่างใจเย็น ชี้ให้เห็นแง่มุมสวยงาม และสนุกสนานในสิ่งรอบตัว… ในสิ่งที่มีอยู่

เล่มนี้ก็ภาพสวยอีกแล้ว โอ๊ย เราชอบไฟล์ดิจิตัลที่ยิ่งซูมยิ่งสวยนี่ละค่ะ ดีเทล ฝีแปรงเขามันสะกดใจจริง ๆ

ส่วนเนื้อหาก็น่ารัก ชวนให้เรามองความสุขเล็ก ๆ ที่มีอยู่ คนเรานี่ไม่จำเป็นต้องมีอะไรเหมือนกันไปทั้งหมดหรอก ของจำเป็นของเรา อาจจะไม่ใช่สำหรับคนอื่น ความสุขของคนนั้นไม่เหมือนกัน

 

images (4)

เรื่องราวของกระรอกน้อยขี้กลัว ที่วัน ๆ ได้แต่ใช้ชีวิตอยู่บนต้นไม้ต้นเดิม ๆ รูทีนเดิม ๆ ไม่กล้าเสี่ยงกับการเปลี่ยนแปลง จนวันหนึ่ง เจ้ากระรอกพบว่าการออกจากเซฟโซน ลองทำสิ่งที่แตกต่างออกไปนั้นมันช่างสนุก และท้าทายมาก

อ่านเรื่องนี้ก็คิดถึงตัวเอง เป็นมนุษย์หวงเซฟโซนของแท้ (ยกเว้นตอนเที่ยว) 555 ลองเพิ่มความกล้าขึ้นอีกนิด ออกไปผจญโลก พบเจอผู้คนใหม่ ๆ อาจเหมือนจะยาก แต่มันก็นับเป็นประสบการณ์ นิทานส่งเสริมความกล้าหาญแบบน่ารักที่น่าอ่านให้เด็กฟัง

The Visionary ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคต

IMG20180913170552-01

ก่อนอื่นเลยคือชอบปกเล่มนี้มาก (อย่าว่าเลยถ้าเราจะชอบตัดสินหนังสือจากปก) ชอบทั้งความสีน้ำเงิน เท็กซ์เจอร์ด้าน ๆ และความเรียบน้อยสบายตา

ส่วนเนื้อในก็ดีงามไม่แพ้กันค่ะ รวบรวม และเรียบเรียงศาสตร์การทรงงานโครงการต่าง ๆ ของในหลวง ที่เราอาจจะเคยรับรู้มาบ้าง ให้ออกมาเข้าใจง่าย และมี keys of success ที่สามารถประยุกต์ใช้ได้กับทุกการงานของเรา ๆ เช่นว่า การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น การทำงานที่ดีต้องมีการเชื่อมโยง เป็นต้น แนวการทรงงานของท่านไม่ใช่ของใหม่ เพียงแต่เราอาจจะคิดไม่ถึงเท่านั้น

นอกจากเรื่องการทรงงานของในหลวงแล้ว เรายังได้ความรู้เกี่ยวกับการฟื้นฟูดิน และน้ำ รวมถึงการทำฝนหลวงที่น่าทึ่ง จนอดคิดไม่ได้ว่ามนุษย์เราช่างเก่งกันเสียจริง ถึงขนาดชักนำฟ้าฝนได้ แต่กว่าจะทำได้แบบนี้ก็ต้องผ่านการค้นคว้าลองผิดลองถูกกันอยู่นานทีเดียว ความสำเร็จใด ๆ คงเกิดขึ้นยาก ถ้าเรายังพยายามไม่มากพอ

อ่านแล้วก็ชักติดไฟขึ้นมานิดหน่อย ฮือ กลับไปทำงานต่อดีกว่า สู้ ๆ ชีวิตยังต้องเดินต่อไป

 

อ่านหนังสือเล่มนี้เถอะ… ที่รัก

IMG20180913170526-01

อ่านหนังสือเล่มนี้เถอะ… ที่รัก เป็นเรื่องรักที่ไม่เน้นรัก ระหว่างหมอจุลละ กับสาวลมเย็น ผู้รัก และรอบรู้เรื่องหนังสือ

ความสัมพันธ์ของสองคนออกจะเนิบ ๆ ไปคนละจังหวะ หมอหนุ่มพยายามเอาใจสาวด้วยการอ่านหนังสือ แวะเวียนมายืมมาคืน ส่วนคุณลมเย็นเธอก็เย็นสมชื่อ แม้จะรู้ความในใจของหมออยู่บ้าง ก็ไม่รีบ (ทำเป็นว่า) รับรัก ค่อย ๆ ส่งผ่านความรู้สึกผ่านหนังสือ กว่าจะลงเอยกันได้ก็ผ่านความเข้าใจผิด ที่เกิดจากความขี้มโน มาดเยอะของหมอพอควร

หนังสือหลายเล่มที่คุณลมเย็นแนะนำส่วนใหญ่เราเคยได้ยินเพียงชื่อ แต่ไม่เคยอ่าน พอในเล่มมีการบรรยายถึงเนื้อความของหนังสือพวกนั้นคร่าว ๆ ก็รู้สึกว่าน่าสนใจเหมือนกัน บางเล่มอยากจะหามาอ่านบ้างเลยค่ะ

The Bookseller of Kabul

IMG20180912110347-01

สารคดีที่มีนำเสนอในรูปแบบนิยาย ใส่เลือดเนื้อ ความคิด ความฝัน และวิถีชีวิตของครอบครัวพ่อค้าขายหนังสือในอัฟกานิสถานท่ามกลางซากปรักหลังสงคราม

สุลต่าน คาน เป็นเจ้าของร้านหนังสือ หัวก้าวหน้า พยายามสร้างเนื้อสร้างตัวในสภาพสังคมอันกดขี่กดดัน ในกรอบล้อมของศาสนาที่ผู้คนอ้อนขอจากพระเจ้า มากกว่าจะลงมือทำ เขา ‘บอก’ ว่าตัวเองมีความคิดเสรี แต่ความเชื่อเก่า ๆ กลับยังสลัดไม่หลุด ความเชื่อที่ว่าชายเป็นใหญ่ หญิงเป็นรอง คนมีเงินคือคนที่ถูก ความย้อนแย้งนี้ทำให้เราอึดอัดมากขณะอ่าน แม้จะพยายามเข้าใจว่าความลำบากยากแค้นทำให้เขามี mindset แบบนั้น

หนังสือเขียนขึ้นหลัง 9/11 ไม่กี่ปี นับดูก็ค่อนข้างนานสำหรับการศึกษาวัฒนธรรม สภาพสังคมที่อาจจะเปลี่ยนแปลงไปบ้างแล้ว

ถ้านับเอาเฉพาะเนื้อหาในเล่มโดยไม่จับผิด หรือจับเทียบกับเหตุการณ์จริง โดยรวมแล้วชวนหดหู่เลยละ แต่ละหน้า ถ้าไม่ใช่เรื่องราวการสร้างเนื้อสร้างตัวของพ่อค้าร้านหนังสือท่ามกลางสงคราม และความปิดกั้นทางศาสนา ก็เป็นชะตาชีวิตของผู้หญิง พวกเธอถูกปฏิบัติราวกับเป็นสิ่งของ ไม่มีปากมีเสียง ไม่มีสิทธิ์เลือกคู่ชีวิต การหาความสุขให้ตัวเองถือเป็นบาป การคบหาอันไม่ควรใด ๆ ระหว่างชายหญิง หากถูกลงโทษ ฝ่ายหญิงจะถูกตัดสินว่าเป็นความผิดไว้ก่อน ลูกสาวบางบ้านถูกพ่อแม่พี่น้องฆ่าเพื่อล้างความอัปยศ ความกดขี่บีบคั้นเหล่านี้เกิดจากสิ่งใด มันเปลี่ยนไปบ้างแล้วหรือยังเราก็ไม่รู้

แต่ที่รู้คือ เราโชคดีมากค่ะ ที่มีสิทธิ์เลือกความรัก การงานเองได้ นึกไม่ออกเลยว่าจะทนได้ยังไงกับความกดขี่บีบคั้นแบบนั้น